// happener × it24hrs · one-day course

VIBE CODING
FOR SERIOUS BUILDERS

ก้าวข้าม vibe coding → สร้างแอปแบบมืออาชีพด้วย spec-driven development (agentic engineering)
สำหรับครีเอเตอร์ / คนทำคอนเทนต์ — สร้างเครื่องมือของตัวเองได้ โดยไม่ต้องเป็นโปรแกรมเมอร์

// course
formatone-day · onsite
editioncodex v2.0
projectCollabInbox — deal intake → /inbox
statusพร้อมสอน

// m1 · opening & ai foundations

· 10 min

วันนี้จบแล้วคุณจะได้อะไร

Journey วันนี้: Wow → Ouch → Aha → Ship · Ground rules

// m1 · opening & ai foundations

· 25 min

LLM คืออะไร — แบบภาษาคน

// m1 · opening & ai foundations

Token = ชิ้นส่วนย่อยที่ AI หั่นข้อความออกมา (ไม่ใช่ “คำ”)

collab in box
“collabinbox” ถูกหั่นเป็น 3 ชิ้น (ไม่ใช่ 1 token)
is ready = 5 tokens

กติกาคร่าว ๆ (อังกฤษ): 1 token ≈ 4 ตัวอักษร ≈ ¾ คำ → 4 คำ ≈ 5–6 tokens · คำสั้นที่พบบ่อยมักเป็น 1 token (ชิ้นเขียว = คำแบบนี้ · ชิ้นฟ้า = คำที่ถูกหั่นย่อย)

💰
ภาษาไทยเปลืองกว่า: ข้อความไทยกินโทเคน ~2–4 เท่าของอังกฤษ (ตัวอักษรไทยถูกหั่นละเอียดกว่า + ไม่มีเว้นวรรคระหว่างคำ) — ยิ่งยาว = ยิ่งเปลือง/ช้า

โยงกับ โควตาของ ChatGPT Plus (มีจำกัด) → ทำไมต้องสั่งงานให้กระชับ

// m1 · opening & ai foundations

Context window = ความจำระยะสั้น (ทำไมมัน “ลืม”)

เรื่อง Aหลุดจากความจำ
// กรอบความจำ (จำกัด)
เรื่อง Aเก่าสุด
เรื่อง Bเก่า
เรื่อง C
เรื่อง Dล่าสุด
ข้อความใหม่เพิ่งพิมพ์
“แล้วเรื่อง A ที่คุยกันตอนแรก สรุปว่ายังไงนะ?”
“เรื่อง A สรุปแล้วว่า … (ตอบมั่นใจมาก — แต่ผิด เพราะเรื่อง A ไม่อยู่ในความจำแล้ว)” // hallucination

คุยยาว ๆ ของเก่าจะ “หลุด” ออกจากกรอบ → AI เลยเหมือนลืม และมั่วแทนที่จะบอกว่าไม่รู้

// m1 · opening & ai foundations

Prompt = คำสั่ง · Hallucination = AI มั่ว

Prompt ที่ดี

ชัด, มี context, บอกผลลัพธ์ที่ต้องการ — “ยิ่งชัด ยิ่งได้ตรง”

⚠️ Hallucination

AI มั่นใจแต่ผิด → ทำไมต้อง verify เสมอ (ปูทางแนวคิด harness)

// m1 · opening & ai foundations

จาก generative AI → agentic AI

Generative
AI “ตอบ/สร้าง” ข้อความ-รูป
Agentic
AI “ลงมือทำงานบนเครื่อง” เอง

ปูทางสู่ Codex: “agent ที่ใช้ code เพื่อทำงานบนเครื่องคุณให้เสร็จ”

// m1 · opening & ai foundations

เส้นทางวันนี้: Wow → Ouch → Aha → Ship

Wow
prompt-to-app
Ouch
ชนกำแพง
Aha
spec + harness
Ship
deploy จริง

Hook: “vibe coding ฮิตปี 2025 — คนคิดคำนี้ (Karpathy) บอกเองปี 2026 ว่ามัน ‘ตกยุค (passé)’ แล้วชูแนวใหม่ agentic engineering = ทำแบบ spec-driven มีคนกำกับ”

แนะนำ CollabInbox — ลิงก์เดียวให้แบรนด์กรอกดีลเข้ามาเอง → รวมใน /inbox ของคุณ

// m2 · prompt-to-app

สร้างเร็วมากใน 5 นาที…
แล้วพัง

อินเทอร์เน็ตเต็มไปด้วยเครื่องมือ AI + คลิป YouTube สั้น ๆ ที่สอน “vibe coding” ให้ได้แอปสวย ๆ ใน 5 นาที
ทำตามได้จริง — แต่พอแก้/ต่อยอดไปเรื่อย ๆ มันเริ่มเพี้ยนแล้วพัง

สิ่งที่คลิปพวกนั้น ไม่สอน = จะเอาไปใช้จริง/ต่อยอดยังไงไม่ให้พัง → นั่นคือเหตุผลที่คุณมาที่นี่

09:45 – 10:00 · 15 นาที · pain

// m2 · prompt-to-app

กำแพง 4 ด้านที่เจอตอน “มันพัง”

บอกไม่ได้ว่า “เสร็จจริงไหม”
ต่อยอด/แก้ของเดิมยาก
ไม่มี spec ให้ยึด
ไม่ได้เป็นเจ้าของ/ไม่เข้าใจ code

กำแพงไม่ได้อยู่ที่ “ยี่ห้อ tool” — อยู่ที่ วิธีทำ · “มันรันได้” ≠ “เสร็จถูกต้องแล้ว”

สิ่งที่ขาด = Spec (แบบแปลน) + Verify (harness) → พระเอกของ M3

// m3 · เข้าใจก่อนสร้าง

Spec & harness —
พระเอกของวันนี้

กำแพง 4 ด้านจาก M2 ไม่ใช่ความผิดของ tool แต่มีสาเหตุตรงตัว

บอกไม่ได้ว่า “เสร็จจริงไหม” ไม่มีใครตรวจของจริง (verify/harness)
ต่อยอด/แก้ของเดิมยาก ไม่มี version control — แก้แล้วพัง ย้อนไม่ได้
ไม่มี spec ให้ยึด ข้ามขั้นแบบแปลน (spec) ไป build เลย
ไม่ได้เป็นเจ้าของ/ไม่เข้าใจ code ไม่มี spec/doc ให้อ่าน-ส่งต่อ

wow → wall → SPEC → build → verify → ship

10:15 – 11:15 · 60 นาที · concept

// m3 · spec & harness

เปรียบเทียบ: สร้างบ้าน “ไม่มีแบบแปลน” + “ไม่มีคนตรวจรับงาน”

ไม่มีแบบแปลน (spec)
สร้างมั่ว แก้ยาก
+
ไม่มีคนตรวจรับงาน (verify)
“บอกไม่ได้ว่าเสร็จ”

// m3 · spec & harness

Product thinking 101 — คิดก่อนสร้าง

// m3 · spec & harness

User story — สูตรเขียนความต้องการ

ในฐานะ [ใคร]
role
ต้องการ [อะไร]
goal
เพื่อ [ทำไม]
reason
ตัวอย่าง CollabInbox: “ในฐานะแบรนด์ ฉันต้องการกรอกฟอร์มขอร่วมงานจากลิงก์ของครีเอเตอร์ เพื่อให้ดีลถึงมือครีเอเตอร์โดยตรง ไม่ตกหล่นใน DM

มุมครีเอเตอร์ (อีก user หนึ่ง): เห็นทุกดีลรวมใน inbox เดียว + ไม่ลืม follow-up

// m3 · spec & harness

Requirement ที่ดี vs ไม่ดี

คลุมเครือ

“ทำระบบดีลให้หน่อย”
“ให้มันดูดี ๆ”
“จัดการแบรนด์ได้”

ชัด + ตรวจได้

“ฟอร์มสาธารณะต้องมีชื่อแบรนด์ + ยอด · ส่งแล้วดีลเด้งเข้า inbox · หน้า inbox แสดงดีลเรียงตามเดดไลน์”

เกณฑ์ง่าย ๆ: requirement ที่ดี = “ตรวจได้ว่าทำสำเร็จหรือไม่”

// m3 · spec & harness

The pro workflow — เส้นทางของมืออาชีพ

Idea
Spec
แบบแปลน
Plan
Build
Verify
harness ตรวจจริง
Deploy

2 จุดที่ vibe coding ข้าม → Spec และ Verify

// m3 · spec & harness

Spec = “แบบแปลน” ของแอป — วันนี้เขียนในรูปแบบ PRD

problemusersfeaturesrequirements (given/when/then)data fields

ตัวอย่าง collabs fields: ชื่อแบรนด์ · ผู้ติดต่อ (อีเมล/LINE) · ช่องทาง (IG/TikTok/YT) · deliverable · ยอดดีล · เดดไลน์ · สถานะ — แบรนด์กรอกผ่านฟอร์ม ยกเว้น สถานะ ที่ครีเอเตอร์คุม

// m3 · spec & harness

Harness (คนตรวจรับงาน) — คำฮิตปี 2026

= ระบบรอบ ๆ agent ที่บังคับให้มัน “ตรวจผลงานจริง ก่อนบอกว่าเสร็จ”

vibe coding: agent พิมพ์เสร็จ = เคลมว่าเสร็จ
มี harness: เสร็จ = ผ่านการตรวจ

// m3 · spec & harness

Codex ตรวจงานเองได้ — คุมเบราว์เซอร์ + เช็คผลจริง

เปิดแอปจริง
ส่งฟอร์มดีลทดสอบ
เปิด /inbox อ่านจอ
ดีลขึ้น inbox

ตัวอย่าง: สั่งให้ Codex เปิดแอป CollabInbox → ส่งฟอร์มดีลทดสอบ (สวมบทแบรนด์) → มันมองหน้าจอเองว่าดีลนั้นขึ้นใน /inbox จริงไหม ก่อนบอกว่า “เสร็จ”

// m3 · spec & harness

Harness ที่เราจะเห็นวันนี้ — 2 ระดับ

01 · ระดับ process
ขั้น code-review ของ Dev agent
agent ตรวจงานตัวเองแบบ adversarial ตาม acceptance criteria (BMAD)
• ไล่เช็คทีละข้อว่าโค้ดตรงตาม acceptance criteria ของ story
• “ฟอร์มรับดีลต้องมีช่องชื่อแบรนด์ + ยอด” → มีครบไหม
• เช็ค field ที่ลืม / error handling / naming ตาม quality gate
• รัน lint หรือ test ถ้ามี
02 · ระดับ runtime
Codex เปิดแอปจริง แล้วเช็ค
in-app browser / Computer Use — “เห็นกับตา” ก่อนบอกว่า done
• เปิดแอป local → ส่งฟอร์มดีลทดสอบ → เปิด /inbox → เห็นดีลใหม่จริง
• ส่งฟอร์มโดยเว้นช่องยอด → ต้องขึ้น error ตามที่ควร
• กดปุ่มเลื่อนสถานะ → สถานะเปลี่ยนจริง (บันทึกลง DB)
• ถ่าย screenshot หน้าจอเทียบกับผลที่คาด

// m4 · ลงมือจริง

ลงมือจริง: ให้ AI agent
เขียน spec ของ CollabInbox

hands-on แรกกับ BMAD v6 บน Codex — ทุกคนได้ PRD ของตัวเอง

Analysis
(optional)
Planning
Solutioning
Implementation

▸ วันนี้เริ่มที่ planning (PM → PRD)

มี BMad-Help เป็นไกด์คอยบอก “ทำอะไรต่อ” ตลอดทาง

11:15 – 12:00 · 45 นาที · hands-on บน codex

// m4 · ให้ agent เขียน spec

BMAD คืออะไร? — Breakthrough Method for Agile AI-Driven Development

เปลี่ยน AI จาก “คนพิมพ์โค้ดคนเดียว” → “ทีมพัฒนาที่มีขั้นตอน”

ชื่อจำง่าย (ไม่เป็นทางการ): “Build More Architect Dreams”

// m4 · ให้ agent เขียน spec

BMAD v6 = จัดทีม AI agent เหมือนทีม agile · 4 เฟส

Analysis
Analyst (opt)
Planning
PM → PRD
Solutioning
Architect + PM
Implementation
Dev
BMad-Help คอยบอก “ทำอะไรต่อ” ตลอดทุก phase

วันนี้โฟกัส Planning (ทำ) + Solutioning (ดู) · Implementation = ตอนบ่าย (M6)

// m4 · ให้ agent เขียน spec

3 tracks — เลือกตามขนาดงาน (ปรับตามสเกล · level 0–4)

Quick Flow
lv 0–1 · tech-spec
~1–2 stories
BMad Method
lv 2–3 · PRD + arch + UX
~10–50+ stories
Enterprise
lv 4 · + security/devops
30+ stories

จำนวน story เป็นตัวเลข คร่าว ๆ · CollabInbox เล็ก → Quick Flow ก็พอ แต่วันนี้เดิน BMad Method แบบ lite เพื่อ “ฝึกจนขึ้นใจ” spec-driven

// m4 · ลงมือจริง

ทุกคนทำ

สร้างโปรเจกต์เอง 3 ขั้น (ไม่ต้องมี starter kit)

  1. 01สร้างโฟลเดอร์~/collabinbox (ว่าง)
  2. 02เปิดใน Codex — Open project → มี terminal ในตัว
  3. 03init BMADnpx bmad-method install → ตอบ prompts → เลือก module BMM + เลือก tool = Codex → ได้โฟลเดอร์ _bmad/ (agents/workflows) + AGENTS.md

ก่อนสั่ง: ตั้ง approval mode = Auto (การ install ต้องต่อเน็ต Codex จะขออนุญาต — กดอนุมัติได้เลย · ความหมายของโหมดต่าง ๆ เดี๋ยวเรียนละเอียดใน M5)

ล็อก: from-scratch (ผู้เรียนติดตั้งสด) — เพื่อความเป็นเจ้าของ 100% · safeguard: TA 1:6–8 · checkpoint repo ทุกสเตจ · pin BMAD version · ทดสอบทั้ง macOS + Windows ก่อนเปิดรุ่น

// m4 · ลงมือจริง

ทุกคนทำ · ผู้สอนนำทีละคำถาม

ลงมือ: PM agent สัมภาษณ์เรา → ร่าง PRD ให้

bmad-agent-pm
เรียกทีม PM
bmad-prd
เริ่ม workflow
PRD.md
แบบแปลนของเรา
  1. 01ตอบคำถาม ไม่ใช่เขียนเอง — PM agent ถามทีละข้อ → เราตอบด้วยภาษาคน → agent ร่าง PRD ให้
  2. 02ถาม ≈ 5 เรื่อง (= 5 ส่วนของ PRD จาก M3-7): ปัญหา · ใครใช้ · ฟีเจอร์ · เงื่อนไข “เสร็จ” · ข้อมูลที่เก็บ
  3. 03สิ่งที่ได้: features (ฟอร์มรับดีล / · หน้า /inbox · เลื่อนสถานะ) · requirements แบบ Given / When / Then · data fields ของ collabs

// m4 · ลงมือจริง

ทุกคนทำ · generate สด

Solutioning — generate เอง: จาก PRD → พร้อมลงมือ build

bmad-architecture
Architect สร้าง architecture.md
(ADRs: Next.js + Neon)
bmad-create-epics-and-stories
PM แตก epics/ + stories
bmad-check-implementation-readiness
Architect ตรวจความพร้อม —
ประตูด่านแรกของ “verify”

v6: ทำ epics/stories หลัง architecture เพื่อให้ story มีคุณภาพ · ⚠️ วาง “Scope-Guard Prompt” ก่อนสั่ง generate

Scope-Guard Prompt (พิมพ์ก่อนสั่ง generate): “ห้าม over-engineer: จำกัดขอบเขตที่ 1 entity · 1 epic · 2–3 stories · 3–4 ADR เท่านั้น ไม่ต้องคิดเผื่ออนาคต”

ศัพท์: epic = กลุ่มก้อนใหญ่ของงาน (รวมหลาย story) · ADR = บันทึกการตัดสินใจทางเทคนิค (เลือกอะไร เพราะอะไร)

// m4 · output

จบเช้า — คุณ generate “แบบแปลน” ของตัวเอง ครบแล้วด้วย agent จริง

  • PRD (ของตัวเอง)
  • architecture.md
  • epics / stories

บ่ายนี้ (M6): ให้ Dev agent เดินวงจร create-story → dev-story → code-review เปลี่ยน spec เป็นแอปจริง

// m5 · codex fundamentals

ขับ Codex ให้เป็น
ก่อนลงมือสร้าง

รู้จัก agent loop · approval modes · AGENTS.md · git = “save game” · สั่ง BMAD v6 บน Codex

13:00 – 13:35 · 35 นาที · build

// m5 · ขับ codex ให้เป็น

· 5 min

เช็คก่อนเริ่ม: ทุกคนพร้อมไหม

  • เปิด Codex app + โปรเจกต์ ~/collabinbox ได้
  • BMAD ติดตั้งแล้วจาก M4 (มีโฟลเดอร์ _bmad/ + AGENTS.md)

ใครติด → TA ช่วยแก้เฉพาะราย

// m5 · ขับ codex ให้เป็น

Agent loop — Codex ทำงานเป็นวงจร

OBSERVE
อ่านสถานการณ์
ACT
ลงมือทำ
CHECK
ตรวจผลจริง = harness
REPEAT
วนจนกว่าจะผ่าน

Tools ที่ Codex มี: อ่าน/เขียนไฟล์ · รัน terminal · เปิด browser

// m5 · ขับ codex ให้เป็น

ขับให้ปลอดภัย: โหมดขออนุญาต (approval modes)

Read Only
อ่าน/เสนอแผน
Auto
แก้ไฟล์ + รันคำสั่ง
ขอตอน network
Full Access
ไม่ถามทุกก้าว

วันนี้ใช้ Auto เป็นหลัก — สมดุลระหว่างเร็วกับปลอดภัย

// m5 · ขับ codex ให้เป็น

AGENTS.md = “กติกา/บรีฟงาน” ที่ Codex อ่านก่อนทำงาน

เทียบ: เหมือน brief งานให้ทีมก่อนเริ่ม

// m5 · ขับ codex ให้เป็น

Git = “save game” ของ code · GitHub = คลาวด์ที่ฝากเซฟ

init เริ่ม repo commit = จุดเซฟ (ย้อนกลับได้) commit push GitHub คลาวด์ฝากเซฟ

ศัพท์ 3 คำ: repo = โฟลเดอร์โปรเจกต์ที่ git ดูแล · commit = กดเซฟ 1 ครั้ง (ย้อนกลับได้) · push = ฝากเซฟขึ้น GitHub

กติกาวันนี้: story ขึ้น done เมื่อไร → commit ทันที (จะทำจริงใน M6/M7) · ตอน M8 การ push จะกลายเป็น “อัปเดตเว็บอัตโนมัติ”

// m5 · ขับ codex ให้เป็น

เรียก agent/workflow = พิมพ์ชื่อ bmad-*

Analyst
PM
UX (opt)
Architect
Dev

เช่น bmad-agent-pm, bmad-prd, bmad-create-story · มี BMad-Help คุมทั้งทีม

💰
มารยาทการสั่ง (ประหยัดโควตา — ทั้งห้องยิงพร้อมกัน): สั่งทีละขั้น · กระชับ · fresh chat ทุก workflow (ดีต่อคุณภาพ แต่กิน quota → ยิ่งต้องกระชับ)

// m6 · build-along part 1

เปลี่ยน spec → แอปที่
ต่อ database ได้จริง

เดินวงจร Implementation ของ BMAD v6 ด้วย Dev agent

13:35 – 14:55 · 80 นาที · build-along — นำโดยผู้สอน ทุกคนทำตาม

// m6 · spec → แอปจริง

· 8 min

เริ่ม Phase 4: เปิดโปรเจกต์ + ดู planning artifacts

ล็อก: artifacts มาจาก M4 (generate สด) · เผื่อบางเครื่องไม่ครบ → checkout checkpoint repo แล้วไปต่อทันที

// m6 · spec → แอปจริง

· 12 min

ต่อฐานข้อมูล (database): ให้ Codex provision Neon ผ่าน vercel CLI

สั่ง Codex (ภาษาคน)
“ต่อ Neon DB ให้โปรเจกต์นี้”
vercel link
สร้าง/เชื่อม Vercel project
provision Neon
ผ่าน CLI (Marketplace)
DATABASE_URL
vercel env pull

Codex ทำให้ทุกขั้นผ่าน vercel CLI — ไม่ต้องสลับ account/copy keys เอง · เปิด Vercel/Neon dashboard ไว้แค่ ดูผล (เห็น DB โผล่จริง) · project ที่ link ตรงนี้ = ตัวเดียวกับที่ M8 จะเชื่อม GitHub

// m6 · spec → แอปจริง · 10 min

Sprint planning + สร้างโครงตาราง (schema)

test data ตัวอย่าง: CafeLatté Skincare (IG · 15,000) · GameGear TH (YouTube · 40,000) · อร่อยดี Delivery (TikTok · 8,000)

backlog ready-for-dev in-progress review done

สถานะของทุก story เดินตามท่อนี้ — “เสร็จ” มีนิยามชัด ไม่ใช่ความรู้สึก

// m6 · เปลี่ยน spec → แอปที่ต่อ database ได้จริง

วงจร build ของ v6 (ขับด้วย dev agent)

01
bmad-create-story
สร้าง story + context
02
bmad-dev-story
ลงมือ implement
03
bmad-code-review
ตรวจเอง = process harness
ทำซ้ำ → story ถัดไป · เปิด fresh chat ต่อแต่ละ workflow

Story #1 = “ฟอร์มรับดีลสาธารณะ / + หน้า inbox /inbox” (public create + read) ต่อ database จริง

// m6 · spec → แอปจริง

· 45 min

เดิน story #1 ทีละขั้น

  1. 01create-story → story ขึ้นสถานะ ready-for-dev
  2. 02dev-story → ฟอร์มรับดีลสาธารณะ (/) + หน้า inbox เรียงตามเดดไลน์ (/inbox) ต่อ DB จริง
  3. 03code-review → ผ่าน AC + quality gate → สถานะ done
  4. 04เซฟผลงาน: สั่ง Codex git init + commit แรก (“story-1 done”) — ตามกติกา M5-6: done = เซฟ

ปิดท้าย: รัน dev server เปิดใน Codex in-app browser → สวมบทแบรนด์ส่งฟอร์มดีลทดสอบ → เห็นดีลเด้งเข้า /inbox จริง

// m6 · key message

“เสร็จ” นิยามใหม่ — งานไม่เสร็จเพราะ agent พิมพ์เสร็จ
แต่เสร็จเมื่อผ่าน create-story → dev-story → code-review
แล้วสถานะขึ้น done

// m6 · output

ได้อะไรจาก M6

  • ฟอร์มรับดีล + inbox ใช้ได้จริง
  • ต่อ Neon DB ของตัวเอง
  • เดินวงจร BMAD v6 ครบ 1 รอบ (done)
  • commit แรกใน git (จุดเซฟที่ 1)

// m7 · build-along part 2

เติมสถานะ + ตรวจของจริง
+ เป็นเจ้าของ code

เลื่อนสถานะดีล · harness ตรวจจริง (demo) · git (เป็นเจ้าของ code)

15:10 – 16:10 · 60 นาที · build

// m7 · build part 2 + harness + git

· 20 min

Story #2 → “เลื่อนสถานะดีล” (เดินวงจรอีกรอบให้ชิน)

คราวนี้เร็วขึ้นเพราะรู้จังหวะแล้ว → อัปเดต sprint-status.yaml = done

// m7 · demo · 10 min

“Verify before done” — ให้เห็นกับตา

เปิดแอป local
ส่งฟอร์มดีลทดสอบ
screenshot/ตรวจ
เสร็จจริง

ทางหลัก = in-app browser ของ Codex app (Mac/Windows · เหมาะกับ local dev): ผู้สอนสั่ง Codex เปิดแอป → ส่งฟอร์มดีลทดสอบ → ตรวจว่าขึ้นใน /inbox จริง ก่อนบอกเสร็จ · Computer Use (ฟีเจอร์ desktop ของ Codex app · ตอนนี้ Mac) = โชว์เฉย ๆ ไม่ใช่ทางหลัก

// m7 · build part 2 + harness + git

ทุกคนทำ

เอา code ขึ้น GitHub — เป็นเจ้าของ repo 100%

commit “story-1 done” (ทำแล้วใน M6) commit “story-2 done” (เมื่อกี้) push GitHub repo ของคุณ

สั่งผ่าน Codex คำสั่งเดียว: gh repo create collabinbox --private --source=. --push — สร้าง repo บน GitHub + push ทุก commit ที่มี (gh = GitHub CLI · login มาแล้วจาก pre-work)

จุดเซฟจาก M6/M7 ขึ้นคลาวด์แล้ว — เหมือน version history ของ Google Docs · repo นี้ = ประตูสู่ auto-deploy ใน M8

// m7 · output

ได้อะไรจาก M7

  • CollabInbox ใช้งานได้ (ฟอร์มรับดีล + inbox + เลื่อนสถานะ)
  • เห็น verify loop ของจริง
  • repo บน GitHub (เจ้าของ 100%)

// m8 · ship it

เอาแอปขึ้นจริง —
มี live URL

local → production · push แล้วเว็บอัปเดตเอง (auto-deploy)

16:10 – 16:45 · 35 นาที · ship

// m8 · ship it · 5 min

รันบนเครื่อง (local) vs รันออนไลน์ (production)

Local
รันบนเครื่องเรา (คนเดียวเห็น)
Production
รันบน Vercel (ใคร ๆ ก็เปิดได้)

Environment variables = ค่าลับ (เช่น DATABASE_URL) ที่ไม่ฝังในโค้ด

// m8 · ship it

Deploy: เชื่อม Vercel project (ตัวเดิมจาก M6) กับ GitHub repo

Vercel project เดิม
(DB Neon อยู่แล้วจาก M6)
Settings → Git
connect repo collabinbox
deploy
Live URL 🎉
⚠️
ใช้ project เดิม ที่ provision Neon ไว้ — ไม่ต้อง import สร้าง project ใหม่DATABASE_URL ถูก inject ใน production อยู่แล้วอัตโนมัติ

ทางลัดเสริม: Codex มี vercel-deploy Skill สั่งประโยคเดียวก็ได้ (ของแถม — วันนี้ใช้เส้นทาง GitHub เป็นหลัก)

// m8 · ship it

ทุกคนทำ

Auto-deploy: push แล้วเว็บอัปเดตเอง

แก้เล็ก ๆ
เช่น title/ข้อความ
commit + push
GitHub
repo อัปเดต
Vercel build
อัตโนมัติ
เว็บจริง

ลองจริง: ให้ Codex แก้อะไรเล็ก ๆ → commit → push → ดู Vercel build แป๊บเดียว → refresh live URL เห็นของใหม่

นี่คือเหตุผลที่เราหัด commit/push: push 1 ครั้ง = เว็บจริงอัปเดต 1 ครั้ง — ต่อจากนี้ไม่ต้อง “deploy เอง” อีกเลย

// m8 · ship it

ทุกคนทำ · จับคู่

ลิงก์ฟอร์มของคุณใช้ได้จริงแล้ว — ให้ “แบรนด์” กรอกสดต่อหน้า

https://collabinbox-xxx.vercel.app

แลกลิงก์กับเพื่อนข้าง ๆ → สวมบทแบรนด์กรอกฟอร์มของกันและกัน → เปิด /inbox บนมือถือ เห็นดีลเด้งเข้าสด ๆ 🎉

ลิงก์นี้เอาไปวางใน bio ได้เลย — ลิงก์ = ตัวโปรดักต์

// m9 · closing · 15 min

ทบทวนเส้นทางของวันนี้ — Wow ถึง Ship

Wow
Wall
Spec
Build
Verify
Ship

วันนี้ได้: deployed app + Lite PRD + GitHub repo — ทำทั้งหมดด้วย Codex บน ChatGPT Plus ที่มีอยู่แล้ว

// m9 · closing

ไปต่อทางไหน

ยกระดับแอป
เพิ่ม auth (ระบบล็อกอิน) ให้ “เฉพาะคุณ” เห็น inbox — ตอนนี้ /inbox ยังเปิดสาธารณะ · ทำได้ 2 ทาง: เพิ่ม auth บน stack เดิม (เช่น Auth.js บน Next.js+Neon) หรือย้ายไป Supabase ถ้าอยากได้ DB+auth รวมในที่เดียว · ต่อยอด: แชร์ให้ทีม/ผู้จัดการช่วยดู · scaling · เมื่อไรควรจ้าง dev
ยกระดับ workflow
BMAD v6 เต็ม (Analysis, UX, Enterprise, retrospective) · Codex Skills / Automations / Subagents · harness ระดับ CI

→ ชี้ไปคอร์ส Advanced

// m9 · closing

ขอบคุณ + ก้าวต่อไป

คุณคือ “Serious Builder” แล้ว 🎉

feedbackcertificatecommunity / resources
→ next · ← back · n notes · esc overview